Reframing High Performance Organization — จาก “การบริหารผลงาน” สู่ “ระบบที่คนเก่งอยากทุ่มเทเต็มที่”

 

Reframing High Performance Organization — จาก “การบริหารผลงาน” สู่ “ระบบที่คนเก่งอยากทุ่มเทเต็มที่”

 

ตลอดหลายปีที่ผมได้ทำงานกับองค์กรขนาดใหญ่ สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดมากคือ องค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดกลยุทธ์ ไม่ได้ขาด KPI และไม่ได้ขาดคนเก่ง 

 

แต่สิ่งที่องค์กรขาดจริง ๆ คือ “ระบบที่ทำให้คนเก่ง อยากทุ่มเทพลังอย่างเต็มที่”

..

เรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดจาก หนังสือ “Drive: The Architecture of High-Performance Organizations โดย Timo Sandritter” ที่ผมและทีมเห็นประเด็นสำคัญ ที่ตรงกับบริบทขององค์กกรไทย สะท้อนประเด็นนี้ได้อย่างตรงไปตรงมาว่า องค์กรที่มีผลลัพธ์ดีเยี่ยมนั้นไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยการควบคุม แต่ถูกขับเคลื่อนด้วย “แรงขับภายในของคน” ที่องค์กรได้ออกแบบมาอย่างดี

.

แก่นที่ผู้บริหารควรตั้งคำถาม แทนที่จะถามว่า “เรามี Strategy ที่ดีพอหรือยัง” ผมมักชวนผู้บริหารตั้งคำถามที่ลึกลงไปอีก ดังต่อไปนี้

1. คนของเรา “เข้าใจจริงไหม” ว่ากำลังสร้างคุณค่าอะไรให้ลูกค้า

2. หัวหน้างาน “ปลดล็อกพลังทีม” หรือกำลังใช้ระบบไปกดทับทีมงาน

3. คนทำงานรู้สึกว่า “นี่คืองานของฉัน” หรือ “นี่คืองานที่ฉันต้องทำ”

4. Feedback Loop ในองค์กร “เร็วพอจะพัฒนา” หรือ “ช้าเกินไปจนหมดไฟ”

5. ระบบของเรา “ช่วยให้คนเก่งทำงานง่ายขึ้น” หรือ “ทำให้เขา/คนทำงานเหนื่อยโดยไม่จำเป็น” ข้อนี้สำคัญที่สุด  

.

องค์กรจะไปได้ไกลแค่ไหน คำตอบไม่ได้อยู่แค่การมี Strategy ที่ดี หากอยู่ที่ “คำตอบของคำถามเหล่านี้” ด้วย

.

สิ่งที่องค์กรชั้นนำทำต่าง (และเห็นผลจริง) จากประสบการณ์หน้างาน องค์กรที่ยกระดับ performance ได้จริง จะมี pattern ที่เหมือนกันอย่างชัดเจน

กล่าวคือ

1) ทำให้ “งานมีความหมาย” ไม่ใช่แค่มีเป้าหมาย

คนทำงานในองค์กรไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย KPI เพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกว่า “สิ่งที่ทำ มีความหมายต่อชีวิตคน” องค์กรที่ทำเรื่องนี้ได้ดี จะได้ทั้ง performance และ engagement พร้อมกัน

 

22) เปลี่ยนบทบาทหัวหน้า จาก “ผู้ควบคุม” เป็น “ผู้ปลดล็อก”

หัวหน้าที่เก่งในยุคนี้ ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดในห้อง แต่คือคนที่ “ทำให้คนอื่นเก่งขึ้นได้” แต่สิ่งที่เห็นบ่อยในองค์กรขนาดใหญ่คือ ระบบทำให้หัวหน้ากลายเป็น bottleneck โดยไม่ตั้งใจ

.

3) สร้าง Ownership จริง ไม่ใช่แค่พูด

ความแตกต่างระหว่างทีมทั่วไปกับทีมที่ High Performance ไม่ใช่ความสามารถ แต่คือ “ความรู้สึกเป็นเจ้าของ” 

องค์กรที่ทำได้ จะไม่จำเป็นต้อง “ไล่ตามงาน” เพราะทีมจะ “ขับเคลื่อนตัวเอง”

.

4) Feedback ต้องเร็ว และมีความหมาย

การประเมินปีละครั้ง ไม่สามารถสร้าง performance ระดับสูงได้อีกต่อไป องค์กรที่ไปไกล จะมีวงจร feedback loop ที่สั้น รวดเร็ว กระชับ และต่อเนื่อง

.

5) กล้าปรับระบบที่ “บั่นทอนพลังคน”

หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่คน แต่อยู่ที่ process, approval layer, และวิธีทำงานที่ซับซ้อนเกินไป คำถามง่าย ๆ ที่ผมใช้เสมอคือ “ถ้าเราเอาคนเก่งที่สุดมาอยู่ในระบบนี้ เขาจะทำงานได้เร็วขึ้น…หรือช้าลง?”

 

มุมมองที่อยากฝากไว้ 

ความท้าทายไม่ใช่แค่เรื่อง “การเติบโต” แต่คือ “การเติบโตโดยที่คุณภาพของคน และพลังของทีม ไม่ลดลง” และนั่นจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเรายังมอง Performance เป็นเรื่องของ “ตัวเลข” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มมองว่า Performance คือผลลัพธ์ของ “พลังงานของคน” ที่ถูกออกแบบมาอย่างถูกต้อง

.

บทสรุป

องค์กรที่แข็งแรงในระยะยาว ไม่ใช่องค์กรที่มีแผนดีที่สุด แต่คือองค์กรที่ “ทำให้คนอยากทุ่มเท โดยไม่ต้องถูกบังคับ” และนี่ไม่ใช่เรื่องของ Culture เพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของ “ระบบที่เข้าใจแรงขับภายในของคน ที่ถูกออกแบบมาอย่างดี” 

.
#HighPerformanceOrganization
#InternalDrive
#ChangeAgent
#DojoSpirit

.

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาผู้นำและองค์กร ได้ที่

ทุกแผนกอยู่รอด แต่องค์กรไม่โต: สัญญาณเงียบของ Silo ที่ผู้นำมองข้าม https://dojospirit.co/th/signofsilo/

ตัวป่วน หรือ ตัวเปลี่ยน (Change Agent) https://dojospirit.co/th/who-is-change-agent-2/

Facilitator ผู้นำกระบวนทัศน์ใหม่กับการเปลี่ยนแปลงองค์กร https://dojospirit.co/facilitator-for-od/

จเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ของการเป็นผู้นำแบบ Facilitator

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://dojospirit.co/facilitation-m1-oct2020/


.

สนใจปรึกษาปัญหาองค์กร/หลักสูตรพัฒนาผู้นำ

ติดต่อ : โทร 083 008 5588, 081 809 5525

[email protected]

www.dojospirit.co

 

 

 

 

Print Friendly, PDF & Email